มากกว่าความหล่อหรือความสวยคือความอ่อนวัย คุณหรือใครก็อ่อนวัยดูดีได้ หมอหญิงคลินิก คลินิกความงามควบคู่สุขภาพของภาคเหนือเพื่อชีวิตที่ดียิ่งขึ้น

มุ่งให้บริการด้วยความรู้ จริงใจ และเป็นธรรม เราจึงมุ่งมั่นพัฒนาบุคคลากร ใส่ใจทุกขั้นตอน เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ และเทคโนโลยีที่ทันสมัย จากยุโรปอเมริกา

มั่นใจกับคุณภาพ มาตรฐาน มีงานวิจัยรองรับ เพื่อผลการรักษาที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสำหรับทุุกท่าน

Call Center

053105540 -1
093 -1359277

โบท็อกซ์ (BOTOX หรือ Botulinum Toxin Type A )

 

เป็นโปรตีนบริสุทธิ์ที่ได้รับความนิยมในการนำมาช่วยเสริมความงาม มีประสิทธิภาพในการลดเลือนริ้วรอย คืนความอ่อนเยาว์ให้กับผิวพรรณ โดยการฉีดเข้าที่กล้ามเนื้อมัดเล็ก ที่ทำให้เกิดริ้วรอยบริเวณใบหน้าคลายตัวลง และยังสามารถช่วยปรับแต่งแก้ไขข้อบกพร่องของใบหน้าในส่วนต่างๆ โบท็อกซ์ (BOTOX)  จะเริ่มออกฤทธิ์หลังจากฉีด 2-3 เดือน ซึ่งผลการรักษาแต่ละครั้งจะคงอยู่ได้นาน 6-8 เดือน


ในด้านการแพทย์แล้ว โบท็อกซ์ (BOTOX หรือ Botulinum Toxin Type A) ไม่เพียงแต่ช่วยเรื่องความงาม หน้าเรียวกระชับเท่านั้น แต่การใช้ Botox ในการรักษาโรค มีมาก่อนความงามเสียอีก แพทย์ได้นำโบท็อกซ์มารักษาโรคบางชนิด เช่น รักษาอาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ เหงื่อออกมากเกินไป โรคกล้ามเนื้อบิดเกร็ง รักษาอาการปวดศีรษะชนิดรุนแรง รักษาอาการตาเหล่ ตาเข ซึ่งภายหลังพบว่า หลังการฉีดโบท็อกซ์ ช่วยทำให้กล้ามเนื้อรอบดวงตาคลายลง ริ้วรอยลดลง จึงเริ่มนำโบท็อกซ์ มาใช้ในวงการความงามตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

Botox เป็นชื่อทางการค้า (trade name) ที่ผลิตโดยบริษัทยายักษ์ใหญ่ของอเมริกา Allergan เป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่สร้างจากแบคทีเรีย ชื่อ คลอสตริเดียม โบทูลินั่ม (Clostridium botulinum) ที่ก่อให้เกิดโรคอาหารเป็นพิษแก่มนุษย์ หากได้รับในปริมาณมากๆ เช่น จากอาหารกระป๋องที่ปนเปื้อนด้วยเชื้อตัวนี้ก็อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้  จากการที่กล้ามเนื้อกระบังลมไม่ทำงาน  ผู้ป่วยจึงหยุดหายใจ

โบทูลินั่ม ท็อกซิน ออกฤทธิ์ อย่างไร?

โบทูลินั่ม ท็อกซิน ออกฤทธิ์โดยการไปจับกับส่วนปลายของเซลล์ประสาท ทำให้เซลล์ประสาท ไม่สามารถหลั่งสารสื่อประสาทได้ กล้ามเนื้อจึงคลายตัว หรือ อีกนัยหนึ่งก็คือ เกิดการอัมพาตของกล้ามเนื้อเล็ก โดยจะเริ่มออกฤทธิ์ภายใน 2-3 วัน และเห็นผลสูงสุดในเวลาประมาณ 7– 14 วัน  

ที่มาของการ โบทูลินั่ม ท็อกซิน ในวงการแพทย์

หากฉีดเข้าไปในกล้ามเนื้อในปริมาณน้อยๆ โบทูลินั่ม ท็อกซินจะทำให้กล้ามเนื้อ "คลายตัว" ดังนั้นในยุคแรกๆ จักษุแพทย์จึงนำโบทูลินั่ม ท็อกซิน มาฉีดรักษาโรคตาเหล่  ตาเข และโดยบังเอิญจากการฉีดรักษาในบริเวณรอบดวงตานี้เอง ก็ทำให้แพทย์พบว่าริ้วรอยบริเวณใบหน้า โดยเฉพาะบริเวณหน้าผากหว่างคิ้วและรอบดวงตาดีขึ้นด้วย ในยุคต่อมาจึงมีการฉีด โบทูลินั่ม ท็อกซิน เพื่อประโยชน์ในด้านความสวยงามตามมาอย่างแพร่หลาย และมีเทคนิควิธีการที่ต่างๆ กันออกไป มีการนำมาฉีดเพื่อทำให้หน้าเรียวลง  ยกกระชับผิวหนัง ลดเหงื่อบริเวณรักแร้ ฝ่ามือ ตลอดจนรักษาอาการปวดศีรษะ ปวดเกร็งต้นคอ และอีกหลายกรณี ในประเทศสหรัฐอเมริกาประเทศเดียวมีการฉีดกันเป็น ล้านๆครั้ง ต่อปี

 

โบทูลินั่ม ท็อกซิน สำหรับลดริ้วรอยเหี่ยวย่น

 

ริ้วรอยเหี่ยวย่นที่เกิดจากการบีบตัวของกล้ามเนื้อ เช่น รอยตีนกา รอยย่นตามขวางที่หน้าผาก และรอยย่นตรงหว่างคิ้วที่เกิดจากการขมวดคิ้ว รวมทั้งรอยย่นที่คาง และรอยย่นที่คอ หลังจากการฉีดโบท็อกซ์ (BOTOX) ประมาณ 2-3 วัน จะเริ่มรู้สึกว่าริ้วรอยเหี่ยวย่นจะลดลง และได้ผลเต็มที่ในเวลา 1-2 สัปดาห์ และผลจะคงยังอยู่ประมาณ 6-8 เดือน

 

โบทูลินั่ม ท็อกซินหน้าเรียว กรามเล็ก

 

นอกจากการฉีดโบท๊อกซ์ (BOTOX) ลดริ้วรอยเหี่ยวย่นแล้ว โบท็อกซ์ยังนำมาใช้ในด้านความงามอื่นๆอีก ที่นิยมมากคือ การใช้โบท็อกซ์ลดกราม ทำให้หน้าเรียวเล็กลง โดยเป็นธรรมชาติ ไม่เจ็บตัว ไม่ต้องผ่าตัด และไม่ต้องพักฟื้น ผลการศึกษาพบว่า ผลลัพธ์จากการฉีดโบท๊อกซ์จะคงอยู่นานขึ้น หากได้รับการฉีดอย่างสม่ำเสมอในตัวยาเดิม ในบางรายการฉีดโบท๊อกซ์ลดกรามต่อเนื่อง ให้ผลลัพธ์คงอยู่นานถึง 12 เดือน

โบทูลินั่ม ท็อกซิน ยกคิ้ว ลดปีกจมูก ลดโหนก คอเรียวระหง แขนเล็ก น่องเล็ก

 

โบท็อกซ์ (BOTOX) ยังสามารถใช้ปรับแต่งทรงคิ้วให้สวยงามได้รูปตามที่ต้องการ, ปรับแต่งระดับคิ้วให้เท่ากัน, ปรับใบหน้าสองข้างให้เท่ากันมากขึ้น ในรายที่หน้าเบี้ยว, ปรับแต่งตาให้กว้างขึ้น, ลดขนาดปีกจมูก, ลดถุงก้อนใต้ตา (ในบางกรณี), ช่วยทำให้รูขุมขนบนใบหน้าเล็กลง, ช่วยลดความมันบนใบหน้า, ช่วยปรับขนาดขมับในคนไข้บางคนที่ขมับไม่ได้รูป, ช่วยปรับลดโหนกแก้มให้เล็กลง หรือยกโหนกแก้มให้สูงขึ้นแล้วแต่คนไข้แต่ละราย, ช่วยลดคางสองชั้น, ช่วยทำให้หน้าตึงกระชับโดยไม่ต้องผ่าตัดดึงหน้า, ลดความหย่อนห้อยของแก้ม, ทำให้คอเรียวระหง และ ช่วยทำให้น่อง และ ต้นแขนเรียวเล็กลง


ผลของการฉีด โบทูลินั่ม ท็อกซิน อยู่นานเท่าใด?

โดยทั่วไปผลของการฉีดจะอยู่ได้นานประมาณ 6-12 เดือน ทั้งนี้ขึ้นกับว่าฉีดรักษาอาการอะไร ฉีดบริเวณใด  ฉีดเป็นครั้งแรกหรือเป็นการฉีดซ้ำ  ผู้รับการรักษาอายุเท่าใด ซึ่งการที่ผลการรักษาอยู่ไม่ถาวรนั้น ที่จริงอาจนับได้ว่าเป็นข้อดี เพราะหากผลที่ได้รับไม่เป็นที่น่าพอใจ ในที่สุดก็จะค่อยๆ หายไปเองได้

 

ใครบ้างที่ฉีดโบทูลินั่ม ท็อกซินได้ ?


การฉีดโบท็อกซ์นั้นเหมาะกับผู้ที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป เพราะรูปหน้าคงที่แล้ว หากแต่ไลฟ์สไตล์ของหนุ่มสาวยุคใหม่ ที่ต้องการปรับแต่งรูปหน้าให้สวยเนี้ยบยิ่งกว่า ต้องการปรับเล็กๆ น้อยๆเพื่อแก้โหงวเฮ้ง หรือเสริมบุคลิกภาพเพื่อสังคม ผู้มีอายุต่ำกว่านั้นก็สามารถทำได้ ไม่ต้องรอให้วัยล่วงเลย

ใครบ้างที่ไม่ควรฉีด โบทูลินั่ม ท็อกซิน ?


        1. ผู้ป่วยโรคระบบกล้ามเนื้อ
        2. ผู้ที่มีประวัติแพ้ Albumin
        3. ผู้ที่มีประวัติแพ้ Botulinum Toxin
        4. หญิงมีครรภ์อยู่ระหว่างให้นมบุตร

เตรียมตัวก่อนการฉีด โบทูลินั่ม ท็อกซิน

 

       1. ห้ามรับประทานยาลดการอักเสบ หรือแอสไพริน ก่อนการฉีดยา 1 อาทิตย์
       2. ควรหยุดรับประทานวิตามิน โดยเฉพาะ วิตามินอี น้ำมันปลา ใบแปะก๊วย และสมุนไพรร้อน เช่น โสม ก่อนการรักษาประมาณ 2-3 วัน

แนวทางปฏิบัติตัวหลังฉีด โบทูลินั่ม ท็อกซิน

 

  1. หลังฉีดทันทีไม่ควรจับ ลูบคลำ หรือนวด บริเวณที่ฉีด เพราะอาจมีผลต่อการกระจายตัวของตัวยา

  2. ภายใน  4 ชั่วโมง หลังฉีดใหม่ๆ ยังไม่ควรไปนอนราบ หรือนอนตะแคง เพราะในช่วง  4 ชั่วโมงแรก เป็นช่วงการซึมของตัวยาเข้ากล้ามเนื้อ ถ้านอนตะแคงจะทำให้การกระจายตัวของยาผิดจากตำแหน่งที่แพทย์คาดการณ์ไว้ได้ เมื่อเลย 4 ชั่วโมง ไปแล้ว สามารถนอน หรือตะแคงได้ตามปกติ

  3. ภายใน  4 ชั่วโมงแรก หลังฉีดโบท๊อกซ์ มีความสำคัญมากๆ ต้องบริหารกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดบ่อยๆ เพื่อให้ตัวยาซึมเข้าสู่กล้ามเนื้อที่ต้องการให้ออกฤทธิ์มากที่สุด เช่น หางตา ควรยิ้มบ่อยๆ ฉีกหน้าผากควรยังคิ้วบ่อยๆ หรือฉีดกรามควรเคี้ยวหมากฝรั่ง 15-30 นาที ตามดุลยพินิจแพทย์

  4. ภายใน 2 สัปดาห์แรก ควรงดการเข้าอบไอน้ำ , อบซาวน่า , ยิงเลเซอร์ , ทำ RF เพราะอาจส่งผลต่อ โบท๊อกซ์ได้

  5. หลังฉีดสามารถแต่งหน้าได้ ทาแป้งได้ ทาครีมได้ตามปกติ เมื่อผ่านไป 1 สัปดาห์ สามารถทำ Treatment ได้ตามปกติ ( ยกเว้น Laser , RF ต้องรอให้ครบ  2 สัปดาห์ )

  6. สำหรับการฉีดโบท๊อกซ์ที่กล้ามเนื้อมัดใหญ่ๆ เช่น กล้ามเนื้อกราม และน่อง ตัวยาจะเริ่มออกฤทธิ์ภายใน  2-4 สัปดาห์  ดังนั้น ช่วงแรกๆ อาจยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลง ฤทธิ์ยาจะมีผลสูงสุดในช่วง  4-8 สัปดาห์ ( 1-2 เดือน ) และจะหมดฤทธิ์เมื่อครบเวลา 4-6 เดือน หรืออาจจะนานกว่านี้ กรณีที่ฉีดโบท๊อกซ์อย่างต่อเนื่องเป็นประจำ ดังนั้นถ้าจะให้เห็นผลในการลดขนาดกล้ามเนื้อกรามและน่อง อย่างมีประสิทธิภาพควรฉีดต่อเนื่องกันทุก 4-6 เดือน ประมาณ 3-4 ครั้ง

  7. หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอร์  3 วัน หลังการฉีด

  8. หลังฉีกสามารถรับประทานอาหาร ออกกำลังกาย และใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

 

ข้อควรระวังในการฉีด โบทูลินั่ม ท็อกซิน
    

               ไม่ควรทำการฉีดสาร Botulinum Toxin กับผู้ที่ไม่ใช่แพทย์ เนื่องจากแพทย์จะทำการเรียนเรื่องกล้ามเนื้อแต่ละมัดบนใบหน้าของเรา ทำให้เวลาฉีดแพทย์แต่ละท่านจะสามารถฉีดในตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุดโดยไม่ใช่ฉีดตรงนี้แต่กลับไปหน้าตึงอีกที่  อย่าฉีดกับหมอกระเป๋าที่ไม่มีใบรับรองประกอบโรคศิลป์ ถ้าเกิดการผิดพลาดขึ้นมาใครจะรับผิดชอบในเมื่อคนฉีดก็ครูพักลักจำมาจากแพทย์อีกที อย่าตัดสินใจเพียงเพราะว่าราคาถูก เช่นฉีด 1ขวด 2000-3000 บาท ควรคิดว่าราคาถูกไปหรือไม่? ฉีดแล้วหน้าจะเบี้ยวผิดรูปทรงรึเปล่า? โปรดคิดดีๆก่อนที่จะตัดสินใจโดยการให้แพทย์เป็นผู้ที่ทำให้เท่านั้นค่ะ

 

ความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดอาการดื้อ โบทูลินั่ม ท็อกซิน คือฉีดแล้วไม่เห็นผล

 

  1 .‪ ฉีดของปลอม หรือ ของหิ้ว

  2. ฉีดถี่เกินไป ก่อน 4 เดือน

 

  3. เคยฉีดแบรนด์ที่มีความเสี่ยงที่ทำให้เกิดการดื้อยา โดยสังเกตุได้จาก

 

- ระยะเวลาที่ toxin ออกฤทธิ์อยู่ได้น้อยลงเรื่อยๆ เช่นจาก 8เดือน ลดเป็น 6, 4, 3, 2เดือน

- ‪‎ฉีดแล้วไม่เห็นผล เหมือนเคย ต้องเพิ่มdose ใช้toxin ในจำนวนยูนิตที่เยอะขึ้น

 

เมื่อเกิดการดื้อโบทูลินั่ม ท็อกซิน แล้ว วิธีแก้ไขคือ ?

 

  1. ฉีดdose สูงขึ้นสองถึงสามเท่า เช่น จาก 40 ยูนิต ต้องฉีด 80-120 ยูนิต

สำหรับคนไข้ที่มีความจำเป็นต้องใช้ toxin ภาวะดื้อยามีความสำคัญ เพราะถ้าเกิดขึ้นแล้ว เราจะต้องใช้ toxin ในปริมาณที่เยอะขึ้นนั่นก็คือจำนวนค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นมากมายตามมา

 

  2. รอให้ภูมิคุ้มกันเราที่ต่อต้านtoxin หมดฤทธิ์ ซึ่งจะใช้เวลาหลายปีค่ะ

อันนี้หนักเลย.. ก็คือ toxin ไม่สามารถแก้ปัญหาให้เราได้อีกยาวไปหลายปี หลายๆท่านคงรับไม่ได้เลยทีเดียวแม้กระทั่งตัวหมอเองค่ะ

 

ดังนั้นต้องใช้วิจารณญานในการตัดสินใจค่ะ ไม่ว่าจะเป็น ‪#‎ความรู้และประสบการณ์ของแพทย์ (ไม่จำเป็นต้องเป็นแพทย์เฉพาะทางค่ะ แพทย์เฉพาะทางเองตอน training ก็ไม่ได้มีหลักสูตรสอนฉีด ‪‎ฺBotox หรือ ‪‎Filler นะคะ)

 

ความรู้พวกนี้(Aesthetic) ต้องอาศัยความใฝ่รู้ เรียนรู้ อ่านวิจัยหรือ paper ด้วยตัวเอง ดูหรือเรียนกับผู้รู้ที่มีประสบการณ์หรือการสัมมนาทั้งในไทยและนานาชาติ และที่สำคัญ ต้องยึดมั่นในจรรยาบรรณความเป็นแพทย์ ไม่ใช่ที่การขายค่ะ

เส้นทางการเดินทาง

1. จาก 3แยกตลาดแม่เหียะ มุ่งหน้าไป BigC หางดง กลับ 4 แยกแม่เหียะ   ประมาณ 900 เมตร หมอหญิงคลินิก อยู่ถัดจากศิริธาราคอนโด

2. จาก 4แยกแม่เหียะสามัคคี มุ่งหน้าไปตลาดสดแม่เหียะ ประมาณ           900 เมตร หมอหญิงคลินิก อยู่ถัดจากศิริธาราคอนโด

เส้นทางการเดินทาง

1. จาก 3แยกตลาดแม่เหียะ มุ่งหน้าไป BigC หางดง กลับ 4 แยกแม่เหียะประมาณ 900 เมตร หมอหญิงคลินิก อยู่ถัดจากศิริธาราคอนโด

2. จาก 4แยกแม่เหียะสามัคคี มุ่งหน้าไปตลาดสดแม่เหียะ ประมาณ           900 เมตร หมอหญิงคลินิก อยู่ถัดจากศิริธาราคอนโด

MORYING CLINIC

Tel. (+66)53 105 540

ลูกค้าสัมพันธ์
093-1359277
093-1345078

วันและเวลาเปิดให้บริการ
จันทร์ - ศุกร์   11.00 - 20.00 น.

เสาร์ - อาทิตย์  10.00- 19.00 น.

FANPAGE

© Moryingclinic.com All rights reserved.

Visitor