แก้ปัญหาปรับรูปหน้าวีเชพแบบ "ตรงจุด"

February 21, 2016

สวัสดีค่ะ หมอมีเรื่อง “การแก้ปัญหาหน้าให้เรียวแบบวีเชพที่ตรงจุด” มาเล่าให้ฟังคะ

วันนี้น้องแจน สอบถามหมอมาทางเพจว่า "อยากฉีดโบท็อกลดกราม กับฉีด Fat สลายไขมันบริเวณแก้ม ราคาเท่าไหร่คะ"


"หมอขอเดาว่าอยากให้หน้าเรียวเล็กใช่ไหมคะ"

 

(*ผลลัพธ์ที่ได้อาจจะเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล)

 

หมอจึงอธิบายเพิ่มเติม “การแก้ปัญหาต้องแก้ให้ตรงจุด ‪‎แต่ต้องให้หมอประเมินใบหน้าก่อนนะ‬ เพราะ โบท้อกกับ เมโสfatไม่ใช่คำตอบสำหรับทำให้หน้าเรียวแบบวีเชฟเสมอไป”
แล้วน้องแจนก็เข้ามาพบหมอที่คลินิก

 

จากการถามข้อมูลและประวัติ ทราบว่า น้องแจน ‪‎เคยไปฉีดโบท็อกลดกรามมาแล้วเมื่อ4เดือนก่อน โดยฉีดทีละนิดอาทิตย์ละครั้ง3อาทิตย์ติดต่อกัน‬ และ ‪‎ฉีดfatบริเวณแก้มสลายไขมัน‬ ‪‎แต่ไม่เห็นผลหน้ายังไม่เรียววีเชพ‬

 

หมอจึงตรวจประเมินใบหน้า น้องแป้งมีกรามใหญ่ และไขมันจริงแต่ไม่มาก ซึ่งเป็นสาเหตุรองของหน้าไม่เรียววีเชพ ‪แต่สาเหตุหลักที่สำคัญที่ทำให้หน้ากลมแก้มบาน‬ เพราะคางสั้นขมับตอบ จึงทำให้หน้าสั้นบาน ดังนั้น ถึงน้องแก้มจะไปฉีดโบท็อกกี่ทีหน้าก็ไม่เรียว ‪‎เพราะ "แก้ปัญหาไม่ตรงจุด‬"

 

แนวทางการแก้ปัญหาแบบ100% ‪‎ตามแบบฉบับหมอหญิง‬ "‪สวยธรรมชาติโดยไม่ต้องผ่าตัด‬" ที่หมอได้แนะนำสำหรับน้องแจน (เน้น!นะคะ สำหรับน้องแจนเท่านั้น เพราะแต่ละคนจะแก้ไม่เหมือนกันคะ หน้าใครหน้ามัน)

 

.........การแก้ไขตามปัญหาหลักและมีความคุ้มค่า (ค่าใช้จ่ายน้อยสุด) และต้องเห็นผลชัดดั่งใจ เรียงตามลำดับความสำคัญ ดังนี้

 

1. คางสั้นเติมคางด้วยฟิลเลอร์เพิ่มความยาวให้ใบหน้า เนื่องจากสัดส่วนคางของน้องแจน ตามหลักการของ beauty face นั้น สั้นเกินไปและมีปัญหาเรื่องคางหด (ดูในรูปbefore จะเห็นกล้ามเนื้อหดเป็นก้อนทั้งหน้าตรงและด้านข้าง) เกิดจากกล้ามเนื้อคางหดตัวและเกร็งตัว ดังนั้น เพื่อผลลัพท์ที่สวยสุด ต้องฉีดโบท็อกคลายกล้ามเนื้อก่อนแล้วค่อยฉีดฟิลเลอร์เติมเข้าไปคะ

 

2. กรามใหญ่ลดกรามด้วยโบท็อกเพิ่มความเรียวให้ใบหน้า สำหรับน้องแจนหมอก็ยังแนะนำให้ฉีดโบท็อก แค่ 40 ยูนิต ก็เพียงพอคะ เพราะเรื่องขนาดของกรามเป็นสาเหตุสำคัญอันดับสอง ส่วนเรื่องจะดื้อโบท็อกหรือไม่นั้น หมอก็ได้แนะนำไปว่าเราจะไม่ทราบผลทันทีต้องรอดูผลที่ 1-2 สัปดาห์หลังฉีดนะ แต่คิดว่าโอกาสก็ไม่ได้มากเพราะล่าสุดที่น้องแป้งฉีดก็ผ่านมาแล้ว4เดือน

โดยปกติแล้ว การฉีดโบท้อกที่ถี่กว่า4เดือนจะเพิ่มโอกาสการดื้อโบท้อกได้ และถ้าดื้อโบท้อกฉีดไปก็ไม่เห็นผลหรืออาจต้องใช้โบท้อกเพิ่มขึ้น 2-3 เท่า หรือฉีดแล้วอยู่ได้ไม่นาน 1-3 เดือนก็หมดฤทธิ์ เมื่อดื้อโบท้อกแล้วก็จะฉีดยี่ห้อไหนก็ไม่เห็นผล
ซึ่งตอนนี้มีกรณีปัญหาการดื้อโบท้อกเข้ามาปรึกษาหมอเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ (เรื่องปัญหาการดื้อโบท็อกซ์ หมอเคยได้อธิบายรายละเอียดในบทความก่อนหน้านี้ซึ่งสามารถกลับไปอ่านได้นะคะ) ซึ่งน้องแจนก็มีความเสี่ยงต่อการดื้อโบท๊อกสูงมากเพราะเคยฉีดมาทีละนิด อาทิตย์ละครั้ง ติดต่อกัน 3 อาทิตย์ หลักการที่ถูกต้องคือแพทย์ต้องประเมินปริมาณโบท้อกที่จะใช้ให้เหมาะสมกับ กล้ามเนื้อกรามของแต่ละกรณี แล้วต้องฉีดทั้งหมดในครั้งเดียวเพื่อให้เห็นผลจากการฉีดนั้นเลย เพราะการฉีดซ้ำๆ ทีละนิดแบบนี้ ร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาต่อต้านโบท้อก ดังนั้น คนที่เข้ามารักษาที่หมอหญิงคลินิก จะทราบกันดีคะว่า ถ้าฉีดโบท้อกมายังไม่ถึง4เดือนหมอหญิงจะไม่ฉีดซ้ำให้เด็ดขาด ต้องรออย่างน้อย 4 เดือน ซึ่งถือเป็นกฏเหล็กเลยคะ

 

3. ‪ขมับตอบทำให้โหนกและแก้มดูป่องเติมขมับด้วยฟิลเลอร์‬ จะทำให้ขมับเต็มรับโหนกแก้ม กรามดูเรียวเล็ก ซึ่งหมอแนะนำเป็นอันดับสาม เพราะสองข้อแรกก็น่าจะเห็นชัดระดับหนึ่งแล้ว แต่ถ้าน้องแป้งอยากสวยเป๊ะขึ้นค่อยทำเพิ่มเพราะอาจจะต้องใช้ฟิลเลอร์ 2-3 ซีซี ค่าใช้จ่ายอาจจะสูงขึ้น

 

4. ‪สุดท้ายซึ่งหมอคิดว่าไม่จำเป็นสำหรับน้องแจน‬ คือ การร้อยไหม barb ยกหน้าขึ้นให้วีเชพ เพราะหมอมั่นใจแน่นอนว่าแค่ 3 ข้อบนก็สวยเป๊ะแล้วคะ หากน้องแจนยังต้องการให้หน้าเรียวยกกระชับวีเชฟกว่านี้อีก ก็ค่อยทำร้อยไหมเพิ่มเติมคะ

‪#‎ส่วนฉีดสลาย fat นั้นไม่มีความจำเป็นเลยคะสำหรับน้องแจนคนนี้‬

 

ประโยคที่สำคัญที่หมอต้องพูดกับทุกคนที่ต้องการแก้ปัญหา

 

“นี่คือแนวทางการรักษาหรือการปรับรูปหน้าที่เหมาะสมที่จะเห็นผลชัดที่สุด ดั่งใจสำหรับทุกคนที่ต้องการแก้ปัญหา ส่วนการจะเลือกทำแบบไหนก็ขึ้นอยู่กับความพร้อมหรือข้อจำกัดของแต่ละคน แต่ทุกคนต้องเข้าใจชัดตรงตามจริงว่า สิ่งที่เลือกทำนั้นผลที่ได้จะเป็นอย่างไรตามที่หมอได้อธิบายและทำให้เห็นตาม ภาพแล้ว”

 

มาดูกันค่ะว่าน้องแจนตัดสินใจยังไง

 

“น้องแจนเลือกโบท็อกซ์กรามคะ หมอโอเคและได้อธิบายถึงผลที่จะได้รับ พร้อมทั้งให้น้องแจนเห็นภาพว่าถ้าโบท้อกออกฤทธิ์เต็มที่จะได้ผลแค่ไหน คือหน้าจะเล็กลงแน่นอน แต่หน้าจะยังไม่เรียวตามที่น้องแจนแจ้งความต้องการให้หมอทราบตามสเปคที่น้อง แจนต้องการ

 

ถ้าให้เลือกการรักษาเพียงอย่างเดียว หมอแนะนำฟิลเลอร์เติมคางเพิ่มคะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็แล้วแต่น้องแจน แต่หมอขอให้เข้าใจถึงผลลัพธ์ที่จะได้จากวิธีการที่น้องแจนเลือกเป็นพอ”

 

ได้คำตอบว่า “แจนกลัวฟิลเลอร์ค่ะ”

 

หมอจึงได้อธิบายเพิ่มเติมไปคะว่า การฉีดเติมเต็มด้วยฟิลเลอร์จะปลอดภัยและเห็นผลดั่งใจรึเปล่าขึ้นอยู่กับ สองอย่างคือ

1. แพทย์เชี่ยวชาญมีประสบการณ์สูง และ

2. ฟิลเลอร์ต้องเป็นสารที่สลายและเป็นของจริงของบริษัทนำเข้าโดยตรง

 

* แพทย์ที่ฉีดมานานและมีการศึกษาหาความรู้ใหม่ๆ พัฒนาตลอดเวลาจะรู้ว่าจะต้องฉีดยังไงให้สวยได้รูปเหมาะกับใบหน้าแบบเป็น ธรรมชาติโดยเลือกใช้ขนาดโมเลกุลและยี่ห้อที่เหมาะสมกับตำแหน่งที่จะฉีด

 

* แพทย์ที่เชี่ยวชาญปราณีตจะต้องระวังภาวะแทรกซ้อนที่จะเกิดขึ้นนั่นคือการติด เชื้อและการฉีดเข้าเส้นเลือดที่เป็นสาเหตุของเนื้อตาย โดยการใช้ sterile technique และการ draw negative ให้มั่นใจว่าไม่มีเลือดตามมาก่อนดันฟิลเลอร์เข้าไปหรือใช้เข็มทู่ไปเลยคะ

 

* แพทย์ที่ฉีดมานานประสบการณ์สูงจะมีวิธีการฉีดให้สวยเห็นผลโดยใช้ฟิลเลอร์น้อยที่สุดเพื่อประหยัดค่าใช่จ่ายของคนไข้

 

* ฟิลเลอร์ต้องถูกกฎหมาย นั่นคือต้องเป็นสาร Hyaluronic acid จริงที่สลายได้ 100% และต้องนำเข้าโดยบริษัทตัวแทนจำหน่าย ไม่ใช่ของหิ้ว ไม่ใช่ของปลอม ซึ่งสำหรับคลินิกเรา เราให้คนไข้ติดต่อกับทางบริษัทนำเข้าเพื่อสอบถามได้เลยคะว่า หมอหญิงคลินิกได้สั่งซื้อของจริงรึเปล่า และที่สำคัญต้องถามด้วยว่าสั่งซื้ออย่างต่อเนื่องไหม ไม่ใช่สั่งแค่สองสามกล่องแล้วไม่สั่งอีกเลยแต่ก็ยังมีฟิลเลอร์มาฉีดคนไข้ เรื่อยๆโดยไม่ได้สั่งของบริษัทตัวแทนจำหน่ายเพิ่ม

 

หลังจากได้อธิบายให้น้องแจนฟังอย่างละเอียด น้องแจนก็เลือกฟิลเลอร์คางและฉีดลดกรามและคางเพื่อผลลัพท์ที่น้องแจนต้องการ

 

นอกจากนั้นเรายังได้คุยกันถึงยี่ห้อและขนาดโมเลกุลที่เหมาะสมที่จะใช้ฉีดคาง ซึ่งจะมีหลายยี่ห้อแต่ละยี่ห้อก็จะมีจุดเด่นจุดด้อยที่ต่างกัน หมอได้อธิบายและสุดท้ายให้น้องแจนเลือกตามความเหมาะที่น้องแจนเข้าถึงได้

ขั้นตอนการพูดคุยปรึกษากับแพทย์ที่ละเอียดลงลึกแบบนี้ที่หมอหญิงคลินิกฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายนะคะและต้องพบแพทย์และคุยรายละเอียดแบบนี้ทุกเคสคะ

 

มาดูรูปก่อน(ซ้ายมือ) และหลังฉีด(ขวามือ) ท็อกซินและฟิลเลอร์ทันทีกันคะ (ท็อกซิน 40 ยูนิตที่กราม, 8 ยูนิตที่คาง, ฟิลเลอร์ 1 ซีซีที่คาง ที่จะเห็นผลทันที คือจากฟิลเลอร์นะคะ ส่วนท็อกซินที่จะทำให้กรามดูเล็กต้องรออีก 1-2 อาทิตย์ค่ะ)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

(*ผลลัพธ์อาจจะเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล)


รูปที่ 1 มุมเอียง 45 องศา คางได้รูปชัดเจน หน้าสวยเปลี่ยนไปเลยค่ะ

รูปที่ 2-3 มุม 90 องศา คางก่อนฉีดหดกลับ หลังฉีดได้รูปรับกับหน้าผากและจมูก หน้ายาวสวยมากๆค่ะ

 

ด้วยความปรารถนาดีที่สุดกับทุกคนที่จะทำอะไรบนใบหน้า

 

พญ.ศิรินันท์ นันทจิต (หมอหญิงเองค่ะ)

 

Please reload

Ulthera or Thermage จะทำอะไรดี ?

April 30, 2017

1/10
Please reload

Morying's Talk เรื่องอื่นๆ

วิธีและวิวัฒนาการเทคโนโลยีรักษาหลุมสิว Acne Scars Treatment @ Morying Clinic Chiang Mai By Dr. Sirinan (Morying)

May 17, 2016

1/1
Please reload

ฟิลเลอร์นะ! ฉีด..!! ไม่ใช่เครื่องสำอาง ที่แค่ทา!

January 8, 2016

1/1
Please reload