top of page

ลักษณะของปัญหา

 

ฝ้ามักขึ้นบริเวณใบหน้า มีลักษณะสีน้ำตาลอมดำ อาจมีขนาดแตกต่างกัน มีตั้งแต่เป็นหย่อมเล็ก ๆ จนกระทั่งขนาดใหญ่ บริเวณ ที่มักเกิดฝ้ามากที่สุด คือ โหนกแก้ม สันจมูก และอาจเกิดที่หน้าผาก

โดยทั่วไปฝ้าจะเกิดกับผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 25 ปีขึ้นไป จนถึงผู้สูงอายุ ฝ้ามักจะเกิดบริเวณผิวหนังส่วนที่ถูกแดด ควรระวังไม่ให้ถูกแดดซ้ำ

มากกว่าความหล่อหรือความสวยคือความอ่อนวัย คุณหรือใครก็อ่อนวัยดูดีได้ หมอหญิงคลินิก คลินิกความงามควบคู่สุขภาพของภาคเหนือเพื่อชีวิตที่ดียิ่งขึ้น

มุ่งให้บริการด้วยความรู้ จริงใจ และเป็นธรรม เราจึงมุ่งมั่นพัฒนาบุคคลากร ใส่ใจทุกขั้นตอน เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ และเทคโนโลยีที่ทันสมัย จากยุโรปอเมริกา

มั่นใจกับคุณภาพ มาตรฐาน มีงานวิจัยรองรับ เพื่อผลการรักษาที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสำหรับทุุกท่าน

Call Center

053105540 -1
093 -1359277

สาเหตุของการเกิดฝ้า

ฝ้าเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน มีผลทำให้เกิดการกระตุ้นการทำงานของเซลล์สร้างเม็ดสีในชั้นผิวหนัง ปัจจัยเหล่านี้ อาจได้แก่

1. แสงแดด

เชื่อว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด แสงอัลตราไวโอเลต ทั้ง เอ และ รวมทั้งแสง visible light เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดฝ้า หรือ ทำให้มีโอกาสเป็นฝ้าได้มากขึ้น แสงอุลตราไวโอเลต จะมีมากในช่วงเวลา 10.00-14.00 น. แสงแดดในช่วงนี้มีผลทำให้ ผิวหนังเกิดการไหม้เกรียม และเกิดฝ้าได้ จึงควรหลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดในช่วงเวลา ดังกล่าว

2. ฮอร์โมน

ด้วยอิทธิพลของ ฮอร์โมน จะทำให้เซลล์สร้างเม็ดสีทำงานผิดปกติ ซึ่งอาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงภายในร่างกาย (เช่น การตั้งครรภ์ วัยหมดประจำเดือน) หรือได้รับ ฮอร์โมน จากภายนอกร่างกาย ( เช่น รับประทานยาคุมกำเนิด การใช้ เครื่องสำอาง บางชนิดที่มี ฮอร์โมน ผสมอยู่ ) จึงมักพบผู้ที่เป็นฝ้าขณะตั้งครรภ์ หรือ รับประทานยาคุมกำเนิดได้บ่อย

3. ยา

พบว่าผู้ที่รับประทานยากันชักบางชนิด มักเกิดผื่นดำคล้ายรอยฝ้าที่บริเวณใบหน้า จึงเชื่อว่ายานี้น่าจะมีความเกี่ยวข้องกับการเกิดฝ้า

4. เครื่องสำอาง

การแพ้ส่วนผสมในเครื่องสำอางอาจทำให้เกิด รอยดำแบบฝ้าได้ ส่วนผสมเหล่านี้อาจเป็นพวกสารให้กลิ่นหอม หรือ สี

5. พันธุกรรม

เชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง เนื่องจากมีรายงานว่าเป็นในครอบครัวได้ถึง ร้อยละ30-50

6. ภาวะทุพโภชนาการ

อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง เนื่องจากพบผื่นแบบฝ้าในผู้ที่มีหน้าที่การทำงานของตับผิดปกติ และผู้ที่ขาดวิตามินบี12

รักษาโดย

1) ใช้ครีมทาฝ้า

การเลือกใช้ครีมทาฝ้าที่มีประสิทธิภาพจะช่วยให้ฝ้าหายเร็วขึ้นได้ โดยครีมทาฝ้าที่ดีนั้นจะต้องสามารถช่วยทำให้ฝ้าเก่าจางลง และจะต้องป้องกันการเกิดฝ้าใหม่ได้ด้วย

2) ทำเลเซอร์รักษาฝ้า

การทำเลเซอร์ คือการรักษาผิวหน้าอีกทางที่จะช่วยรักษากระ ฝ้า และจุดด่างดำต่าง ๆ ให้หายขาดได้ถือเป็นเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่คนปัจจุบันนิยมทำกัน เพราะนอกจากจะรวดเร็วใช้เวลาไม่นานแล้ว ยังจะรักษาฝ้าได้ผลดี และหลังทำก็จะต้องดูแลผิวเป็นพิเศษอีกด้วย

3) ฉีดยารักษาฝ้า

การฉีดยารักษาฝ้า ถือเป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยรักษาฝ้าให้หายขาดได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งการรักษาแบบนี้จะเป็นการฉีดตัวยาเข้าไปยังชั้นใต้ผิวหนังบริเวณที่เป็นฝ้าโดยตรง และตัวยาจะเข้าไปฟื้นฟูผิวจากภายใน

และยับยั้งการทำงานของเม็ดสีผิวที่ผิดปกติ ทำให้ฝ้าจางลงและหายขาดได้ นับเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ได้ผลดีเลยทีเดียว

‘รักษาฝ้าโดยไม่ใช้เลเซอร์ (MELASMA TREATMENT)’

ปัญหาฝ้า เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในบ้านเรา เนื่องจากสภาพอากาศ สีผิวที่ค่อนข้างเข้มของคนไทย รวมไปถึงกรรมพันธุ์ทางหมอหญิงคลินิกเองก็มีคนไข้ที่มีปัญหาฝ้า เข้ามาปรึกษาและรับการรักษา

ค่อนข้างเยอะ มีทั้งคนไข้ที่อยู่ในระยะที่ฝ้าเริ่มก่อตัวขึ้นมาจางๆ ไปจนถึงเป็นมานานแล้ว และเคยรักษามาแล้วแต่ไม่หายจนอาการโรคชัดขึ้น วันนี้เราขอรวบรวมปัญหา และคำถามมาตอบกันที่นี่

เพื่อเป็นแนวทางในการเลือกการรักษา และป้องกันตนเองให้ไกลจากปัญหาฝ้ากันค่ะ

ปัญหาฝ้ารักษาได้ด้วยวิธีใดบ้าง

การรักษาฝ้าที่เป็นมาตรฐาน สามารถทำได้ด้วยการทาครีม ใช้เลเซอร์ และฉีดทำลายเม็ดสีผิวที่ผิดปกติ

การรักษาฝ้าก่อนอื่นต้องตระหนักก่อนว่าฝ้าเป็นภาวะที่รักษาไม่หาย

คนไข้ต้องเข้าใจก่อนค่ะว่า ฝ้าเป็นภาวะที่เมื่อเกิดขึ้นแล้ว สามารถรักษาให้ดีขึ้นได้ แต่ถ้าเมื่อรักษาแล้ว ไปเจอปัจจัยกระตุ้นอีก เช่น แสงแดด ฝ้าก็มีโอกาสที่จะกลับมาได้

จะรักษาฝ้า ต้องรักที่จะป้องกัน

คนไข้ต้องตระหนักว่าถ้าฝ้าขึ้นมาแล้ว จะรักษาไม่หายขาด แต่สามารถรักษาให้ดีขึ้น จางลง และกลับมาช้าลงได้ นอกจากทรีตเมนต์ที่มีประสิทธิภาพแล้ว การดูแลที่นับเป็นส่วนหนึ่งของการรักษา มีดังต่อไปนี้

1. ทำให้ผิวชุ่มขื้นตลอดเวลา

ด้วยมอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่เหมาะกับสภาพผิว และสภาพอากาศในแต่ละช่วงฤดู

3. ลดการระคายเคืองผิวทุกรูปแบบ

เช่น การใช้เครื่องสำอางหรือผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ หรือการขัดถูใบหน้าแรงจนเกินไป อยู่ท่ามกลางแสงแดดบ่อยๆ เช่น เดินลัดแดด จอดรถในที่ร้อนๆและต้องขับรถในเวลากลางวันเป็นประจำ เล่นกีฬากลางแจ้ง

4. ใช้ยาทา

โดยแพทย์วิเคราะห์ว่าคนไข้เป็นฝ้าชนิดไหน ชนิด ตื้น ลึก หรือผสม

5. การพิจารณาการรักษาด้วยเลเซอร์ หรือฉีดสลายฝ้า

ต้องดูการใช้ชีวิตประจำวันด้วยว่าคนไข้สามารถหลบเลี่ยงแสงแดดได้หรือไม่

สาเหตุที่แท้จริงของการเกิด ‘ฝ้า’

สาเหตุของฝ้าที่แท้จริงนั้นยังไม่ได้เป็นที่ทราบแน่ชัดนะคะ ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่ก็พบว่าปัญหาฝ้าเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ อย่างเช่น การตั้งครรภ์ ยาคุมกำเนิด ฮอร์โมน การใช้ฮอร์โมนทดแทน(HRT and progesterone) ประวัติการเป็นฝ้าในครอบครัว เชื้อชาติ หรือการใช้ยาบางชนิด (antiseizure medications) หรือการใช้ยาที่ทำให้ผิวสร้างเม็ดสีมากขึ้นเมื่อถูกกระตุ้นด้วยรังสี UV ในแสงแดด
 

ปัจจัยกระตุ้นฝ้าที่สำคัญที่สุด ก็คือ ‘แสงแดด’

โดยเฉพาะในผู้ที่มีแนวโน้มจะเป็นฝ้าโดยกรรมพันธุ์ โดยสังเกตุได้จากการที่มีคนในครอบครัวเป็นฝ้าด้วย นอกจากนี้ จากการศึกษาก็พบด้วยว่าคนส่วนใหญ่มักจะมีฝ้าขึ้นในช่วงหน้าร้อนในช่วงที่มีแสงแดดจัด มากกว่าช่วงหน้าหนาวที่อาจจะมีเมฆหมอก

 

REFERENCE:
Freedberg, Irwin M., et al. Fitzpatrick's Dermatology in General Medicine. 4th ed. Vol. 1. New York: McGraw-Hill, 1993.

การฉีดสลายฝ้า คืออะไร ?

คือ การใช้กลุ่มรักษาแบบเมโสเธราปี(Mesotherapy) ฉีดสารสกัดลงไปในผิวทำลายเม็ดสี เป็นหัตถการแพทย์ที่ทางคลินิกเราใช้เป็นทางเลือกในการรักษาที่มีประสิทธิภาพ โดยจะใช้ความชำนาญในกายวิภาคย์ผิวหนัง ฉีดตัวสารสกัดเข้าไปใต้ผิว บริเวณที่มีเม็ดสีผิดปกติโดยตรง ส่วนตัวสารสกัดประกอบไปด้วยแอนตี้ออกซิแดนท์ ที่ทางคลินิกนำเข้ามาเองค่ะ

 

โดยส่วนใหญ่เราพบว่าคนไข้ที่เข้ามาหาเรามักจะไม่สามารถหลบเลี่ยงแดดได้อย่างมีประสิทธิภาพหลังการทำเลเซอร์ ซึ่งอาจทำให้ฝ้าเข้มขึ้นได้ การฉีดสลายฝ้าจึงเป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพต่อคนไข้ที่ไม่สามารถหลบเลี่ยงแดดได้ หรือมีสีผิวเข้ม แต่ฝ้าก้จะไม่หายไปร้อยเปอร์เซนต์นะคะ เพราะอย่างที่ได้กล่าวไปตอนต้นเรื่องปัจจัยกระตุ้น(แสงแดด) หากคนไข้ไปกิจกรรมกลางแจ้งอีก ก็สามารถขึ้นได้อีกค่ะ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการรักษาฝ้า

  1. ถ้าเลี่ยงแดดไม่ได้ และกลัวเลเซอร์มีวิธีรักษาอย่างไร

  2. ถ้ากลัวเลเซอร์ หรือไม่สามารถหลบเลี่ยงแดด สามารถเลือกใช้วิธีฉีดสลายฝ้าได้’

  3. ทำไมในบางเคสจึงไม่แนะนำเลเซอร์

คนไทยส่วนใหญ่มีเม็ดสีในผิวค่อนข้างมาก การทำเลเซอร์จำเป็นจะต้องหลบแดดอย่างจริงจัง คนส่วนใหญ่หลีกเลี่ยงแดดไม่ได้ พอไปตากแดด โอกาสหน้าดำคล้ำฝ้าเข้มขึ้นมีจึงกลายเป็นรักษาแล้วแย่ลง

เคยยิงเลเซอร์รักษาฝ้ามา ทำไมรักษาแล้วดำกว่าเดิม

ใช้พลังงานสูงเกินไป เลือกเลเซอร์ไม่เหมาะกับสภาพผิว รักษาแล้วไม่สามารถเลี่ยงแสงแดดได้

เลี่ยงแสงแดดระหว่างรักษาแล้ว แต่ไม่ดีขึ้น

ความเข้าใจในการหลบแดดของคนไข้ กับแพทย์ อาจไม่ตรงกัน การหลบแดดที่มีประสิทธิภาพคือ อยู่ในร่ม เลี่ยงแสง UV จากหน้าต่าง กางร่มเมื่อออกนอกสถานที่ และไม่ออกแดดถ้าไม่จำเป็นค่ะ

ทำไมพบปัญหายิงเลเซอร์นานๆไปเป็นจุดขาวๆ

ใช้พลังงานสูงเกินไป หรือแพทย์ขาดความชำนาญ เลือกเลเซอร์ไม่เหมาะกับสภาพผิว

และเซลล์สร้างเม็ดสีผิวตาย จึงเห็นเป็นด่างขาวๆ (Hypopigmentation)

ผลลัพธ์ที่ได้อาจจะเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล

บทสรุป

ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับฝ้า ที่คนไข้จะต้องรู้

  • ฝ้าพบได้บ่อยที่สุดในผู้หญิงช่วงอายุ 20-50 ปี

  • ฝ้ามีลักษณะเป็นสีน้ำตาล น้ำตาลเข้ม หรือจุดสีออกเทา บนใบหน้า (หรือเรียกว่าปัญหาการสร้างเม็ดสีผิดปกติ

  • ลักษณะของฝ้าที่ชัดเจนสามารถพบได้ใน 3 ตำแหน่งบนใบหน้า คือ กลางใบหน้า โหนกแก้ม และแนวกราม

  • ปัญหาฝ้าส่วนหนึ่งเกิดจากการกระตุ้นจากแสงแดด กรรมพันธุ์ และการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน

  • การรักษาที่เป็นมาตรฐานและนิยมที่สุดการทาครีมรักษาฝ้า ที่มีส่วนผสมของไฮโดรควิโนน Hydroquinone

  • วิธีการป้องกันฝ้า จำเป็นจะต้อง หลบ หลีก เลี่ยง แสงแดด ด้วยการอยู่ในที่ร่ม ใส่หมวก และป้องกันด้วยสารกันแดด

 

REFERENCE:
Freedberg, Irwin M., et al. Fitzpatrick's Dermatology in General Medicine. 4th ed. Vol. 1. New York: McGraw-Hill, 1993.

 

สิ่งที่คนไข้จะต้องตระหนักในการรักษาฝ้า

  1. ต้องตระหนักก่อนว่าเป็นภาวะที่รักษาไม่หาย ต้องรักในการป้องกัน

  2. รักษาไปแล้ว ดีขึ้นแล้ว อาจจะกลับมาเป็นอีก ถ้าป้องกันไม่ดี เช่นไปตากแดดอีก

  3. สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับการรักษาฝ้าด้วยเลเซอร์ - การทำเลเซอร์ไปหลายครั้ง เช่น มากกว่า 10 ครั้ง แล้ว อาจจะรักษาไม่ได้ผลอีก คนไข้ต้องเข้าใจว่าเซลล์ผิวของเรามีขีดจำกัดในการทำเลเซอร์  การยิงพลังงานเลเซอร์ ไม่ใช่ว่าจะสามารถยิงไปได้เรื่อยๆ คนไข้ต้องเข้าใจว่าไม่ไม่ใช่ว่าเราจะทำเลเซอร์ได้บ่อยครั้งไปได้ตลอดนะคะ ถ้าคุณเข้าใจอย่างนี้แล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดหลังรักษา ก็คือการป้องกันไม่ให้มันกลับมาได้ง่ายๆ เพราะไม่เช่นนั้น หลังจากผิวหมดโควต้าในการยิงเลเซอร์ มันจะไม่มีวิธีรักษาแล้วค่ะ

  4. ถ้าไม่สามารถหลบเลี่ยงแสงแดดได้เป็นอย่างดีตามที่แพทย์แนะนำ การฉีดสลายฝ้าคือทางเลือกที่มีประสิทธิภาพค่ะ

bottom of page